กุหลาบ ราชินีแห่งดอกไม้

นานาสาระ

ผู้เขียนมีโอกาสได้ไปอ่านเจอกระทู้หนึ่งในเวปดัง มีการถกเถียงกันเรื่องชื่อของกุหลาบชนิดหนึ่ง นั่นคือ คำว่า “กุหลาบพันปี”   หรือต้องเรียกว่า “กุหลาบพันปลี”กันแน่  ซึ่งสุดท้ายการถกเถียงนั้นก็ยังหาข้อยุติไม่ได้แต่ไม่ว่าจะเรียกว่า พันปลี หรือ พันปี เจ้ากุหลาบนี้ก็ยังสวยอมตะ ติดตาติดใจผู้เขียนอยู่เสมอ จึงอยากจะมาแนะนำให้คนรักต้นไม้เหมือนกันได้รู้จัก กุหลาบชนิดนี้กัน

กุหลาบพันปีเป็นต้นไม้ที่เติบโตอยู่บนที่สูงและชอบอากาศหนาวเย็น สำหรับในเมืองไทยพบได้ตามยอดเขาสูงแถบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมีการนำกุหลาบพันปีมาปลูกเป็นไม้ประดับประปราย โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวเนื่องจากมีดอกที่สวยงาม และเมื่อหมดดอกก็จะเติบโตในกระถางได้แต่จะออกดอกน้อยลง เมื่อพ้นฤดูหนาว ซึ่งหลายคนพยายามนำมาปลุกที่ กรุงเทพ สถานที่ซึ่งมีอากาศร้อน –ร้อนจัด… แฮ่! แต่เชื่อหรือไม่ บางคนเลี้ยงรอดจ้า ออกดอกสวยงาม ทีเดียวเชียว

เจ้ากุหลาบพันปีเป็นไม้พุ่มสูงประมาณ 1-3 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับรูปรีแกมรูปไข่กลับ กว้าง 1-2.5 ซม. ยาว 2-6 ซม. แผ่นใบเหนียวหนา มีขนประปรายทั้ง 2 ด้าน ดอกสีแดงแกมส้ม ออกเป็นช่อที่ซอกใบหรือปลายกิ่ง จำนวน 2-7 ดอก กลีบรองดอกรูปถ้วยตื้น ปลายแยก 5 แฉก ด้านนอกมีขน กลีบดอกรูปกรวย ยาว 2-3 ซม. ปลายแยก 5 แฉก เกสรตัวผู้ 10 อัน ผลรูปไข่ ยาว 1-1.5 ซม. มีขนสีน้ำตาลแดง เมื่อแก่แตกตามยาว เมล็ดแบน ขนาดเล็ก มีปีกบางใสจำนวนมาก

เคล็ดลับในการปลูก ว่ากันว่ากุหลาบพันปีเป็นพืชที่ชอบน้ำ เครื่องปลูกจะต้องมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ แต่ไม่ขังแฉะ ถ้าหากปล่อยให้เครื่องปลูกแห้ง อาจจะทำให้ตายได้ เนื่องจากว่ารากของอาซาเลียมีขนาดเล็กมาก และถ้าหากสูญเสียน้ำมากอาจจะทำให้รากแห้งตาย และมีผลต่อการเจริญเติบโตได้ ประโยชน์ของการปลูกกุหลาบพันปีคือ ไว้ดูดอกของมัน พูดง่ายๆ ปลูกเพื่อดูความสวยงามนั่นเอง อีกหนึ่งสรรพคุณคือ มีความเชื่อว่า การปักแจกันด้วยดอกกุหลาบพันปลีนั้น ดอกของมันมีคุณสมบัติในการดูดสารพิษได้ดีอีกด้วย

Loading...